คู่มือแบบแผนการสุ่มตัวอย่าง: กระบวนการเริ่มต้นสำหรับนักวิจัย
คู่มือแบบแผนการสุ่มตัวอย่าง: กระบวนการเริ่มต้นสำหรับนักวิจัย แบบแผนการสุ่มตัวอย่าง (Sampling Design) คือแผนที่กำหนดว่าผู้วิจัยจะเลือกหน่วยตัวอย่างจากประชากรด้วยวิธีใด จำนวนเท่าใด และด้วยเหตุผลอะไร หัวใจของมันเรียบง่าย นั่นคือทำให้ตัวอย่างสะท้อนลักษณะของประชากรให้ใกล้เคียงที่สุด งานที่วางแผนการสุ่มไว้รัดกุมตั้งแต่ต้น มักให้ข้อสรุปที่หนักแน่นและนำไปอ้างอิงต่อได้จริง บทความนี้สรุปหลักคิดและขั้นตอนสำคัญไว้เป็นจุดตั้งต้นสำหรับนักวิจัย แบบแผนการสุ่มตัวอย่างคืออะไร และสำคัญต่องานวิจัยอย่างไร? แบบแผนการสุ่มตัวอย่าง คือกรอบการตัดสินใจที่ครอบคลุมตั้งแต่การนิยามประชากร การจัดทำกรอบตัวอย่าง (sampling frame) ไปจนถึงการเลือกวิธีสุ่มและขนาดตัวอย่าง ผู้วิจัยเห็นว่าขั้นตอนนี้ไม่ใช่เรื่องเทคนิคล้วน ๆ แต่เป็นการวางรากฐานของความน่าเชื่อถือทั้งเรื่อง เพราะหากตัวอย่างลำเอียงตั้งแต่ต้น การวิเคราะห์สถิติที่ตามมาก็ไม่อาจกู้ความคลาดเคลื่อนนั้นคืนได้ ด้วยเหตุนี้การสุ่มที่ดีจึงเชื่อมโยงกับบทบาทของการสุ่มตัวอย่างต่อคุณภาพข้อมูลโดยตรง และเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องอธิบายให้ชัดในบทระเบียบวิธีวิจัย (บทที่ 3) การสุ่มตัวอย่างแบ่งเป็นกี่ประเภท? โดยหลักแล้วการสุ่มตัวอย่างแบ่งออกเป็นสองตระกูลใหญ่ ได้แก่ การสุ่มแบบความน่าจะเป็น (probability sampling) และการสุ่มแบบไม่อาศัยความน่าจะเป็น (non-probability sampling) เส้นแบ่งอยู่ที่คำถามเดียว ทุกหน่วยในประชากรมีโอกาสถูกเลือกที่ทราบค่าหรือไม่ ถ้าใช่ ผลที่ได้ย่อมอ้างอิงกลับสู่ประชากรได้อย่างมีเหตุผล ถ้าไม่ ผู้วิจัยต้องระมัดระวังการสรุปเกินขอบเขตของกลุ่มที่ศึกษา ตารางที่ 1 สรุปความแตกต่างของทั้งสองแนวทางไว้ให้เห็นภาพรวม ประเด็นเปรียบเทียบ การสุ่มแบบความน่าจะเป็น (Probability) แบบไม่อาศัยความน่าจะเป็น (Non-probability) หลักการเลือก ทุกหน่วยมีโอกาสถูกเลือกที่ทราบค่าและไม่เป็นศูนย์ […]
คู่มือแบบแผนการสุ่มตัวอย่าง: กระบวนการเริ่มต้นสำหรับนักวิจัย Read More »