พร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับงานวิจัยของคุณ
เลือกเครื่องมือวิจัยผิด งานทั้งเล่มก็พลาด
เมื่อเริ่มต้นทำวิจัย หนึ่งในคำถามแรก ๆ ที่นักศึกษาและนักวิจัยต้องตอบให้ได้คือ “จะใช้เครื่องมืออะไรเก็บข้อมูล” เพราะเครื่องมือวิจัยคือสะพานเชื่อมระหว่างวัตถุประสงค์การวิจัยกับข้อมูลที่จะนำมาวิเคราะห์ หากเลือกเครื่องมือไม่เหมาะกับสิ่งที่ต้องการศึกษา ข้อมูลที่ได้ก็จะตอบคำถามวิจัยไม่ได้ ส่งผลให้งานทั้งเล่มขาดความน่าเชื่อถือ การเข้าใจว่าเครื่องมือวิจัยมีกี่ประเภท แต่ละประเภทเหมาะกับงานแบบใด และจะเลือกอย่างไร จึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่ผู้ทำวิจัยทุกคนต้องรู้
บทความนี้จะอธิบายภาพรวมของเครื่องมือวิจัยตั้งแต่ความหมาย ประเภทหลักทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ หลักการเลือกใช้ให้เหมาะกับงาน แนวโน้มการใช้แบบสอบถามออนไลน์ ไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือก่อนนำไปใช้จริง เพื่อให้ผู้อ่านวางแผนการสร้างและเลือกเครื่องมือได้อย่างมั่นใจ
เครื่องมือวิจัยคืออะไร
เครื่องมือวิจัย (Research Instrument) หมายถึง สิ่งที่ผู้วิจัยสร้างหรือพัฒนาขึ้นเพื่อใช้เก็บรวบรวมข้อมูลตามตัวแปรที่ต้องการศึกษา ให้ได้ข้อมูลที่ตรงกับวัตถุประสงค์การวิจัยอย่างเป็นระบบ การเริ่มต้นสร้างเครื่องมือวิจัยต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจปัญหาการวิจัย วางแผนและกำหนดจุดมุ่งหมายของการวิจัยให้ชัดเจน แล้วจึงกำหนดจุดมุ่งหมายของการวัดและออกแบบเครื่องมือ เพราะวัตถุประสงค์ของการวิจัยจะเป็นตัวกำหนดว่าควรใช้เครื่องมือชนิดใดในการเก็บข้อมูล (ศุภมาส ชุมแก้ว, 2564)
กล่าวอีกนัยหนึ่ง เครื่องมือวิจัยที่ดีไม่ได้วัดเพียง “สิ่งที่วัดได้ง่าย” แต่ต้องวัด “สิ่งที่ต้องการวัดจริง” ได้อย่างแม่นยำและสม่ำเสมอ การออกแบบเครื่องมือจึงต้องเชื่อมโยงกับนิยามเชิงปฏิบัติการของตัวแปรและกรอบแนวคิดการวิจัยอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่การตั้งคำถามตามความเคยชิน
ประเภทของเครื่องมือวิจัยมีอะไรบ้าง
โดยทั่วไปสามารถจำแนกเครื่องมือวิจัยตามลักษณะของระเบียบวิธีวิจัยได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ คือ เครื่องมือวิจัยเชิงปริมาณ ซึ่งเน้นเก็บข้อมูลเป็นตัวเลขเพื่อวิเคราะห์ทางสถิติ และเครื่องมือวิจัยเชิงคุณภาพ ซึ่งเน้นเก็บข้อมูลเชิงลึกที่เป็นข้อความหรือพฤติกรรม นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือสำหรับตัวแปรจัดกระทำที่ใช้ในงานวิจัยเชิงทดลอง สรุปประเภทและการเลือกใช้ได้ดังตารางที่ 1 (ศุภมาส ชุมแก้ว, 2564)
ตารางที่ 1 ประเภทของเครื่องมือวิจัยและลักษณะการใช้งาน
| กลุ่ม | เครื่องมือวิจัย | เหมาะสำหรับเก็บข้อมูล |
| เชิงปริมาณ | แบบทดสอบ (Test) | วัดความรู้ ความสามารถ ผลสัมฤทธิ์ |
| เชิงปริมาณ | แบบสอบถาม (Questionnaire) | ความคิดเห็น ทัศนคติ พฤติกรรม สภาพทั่วไป |
| เชิงปริมาณ | แบบประเมิน/มาตรวัด (Rating Scale) | ระดับความคิดเห็นหรือการปฏิบัติ |
| เชิงคุณภาพ | แบบสัมภาษณ์ (Interview) | ข้อมูลเชิงลึก มุมมอง ประสบการณ์ |
| เชิงคุณภาพ | แบบสังเกต (Observation) | พฤติกรรมหรือเหตุการณ์ตามสภาพจริง |
| เชิงคุณภาพ | การสนทนากลุ่ม (Focus Group) | ความคิดเห็นร่วมของกลุ่ม |
| ตัวแปรจัดกระทำ | โปรแกรม/ชุดฝึกอบรม/แบบฝึก | สิ่งทดลองในงานวิจัยเชิงทดลอง |
ทำความรู้จักเครื่องมือวิจัยแต่ละประเภท
เครื่องมือวิจัยเชิงปริมาณ
แบบทดสอบ ใช้วัดความรู้ ความสามารถ หรือผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เช่น แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน แบบสอบถาม เป็นชุดของข้อคำถามที่เร้าให้ผู้ตอบสะท้อนข้อมูลที่ต้องการศึกษา นิยมใช้วัดสภาพที่เป็นจริง ความคิดเห็น ความรู้สึก หรือทัศนคติ และแบบประเมินหรือมาตรวัด เช่น มาตรประมาณค่าแบบลิเคิร์ต 5 ระดับ ใช้วัดระดับความคิดเห็นหรือการปฏิบัติ เครื่องมือกลุ่มนี้ให้ข้อมูลเป็นตัวเลขที่นำไปวิเคราะห์ทางสถิติได้สะดวก
เครื่องมือวิจัยเชิงคุณภาพ
แบบสัมภาษณ์ ใช้เก็บข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับมุมมอง ความรู้สึก และประสบการณ์ของผู้ให้ข้อมูล มีทั้งแบบมีโครงสร้าง กึ่งโครงสร้าง และไม่มีโครงสร้าง แบบสังเกต ใช้บันทึกพฤติกรรมหรือเหตุการณ์ตามสภาพจริง และการสนทนากลุ่ม ใช้เก็บความคิดเห็นร่วมจากกลุ่มผู้ให้ข้อมูลที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน เครื่องมือกลุ่มนี้ให้ข้อมูลที่เป็นข้อความหรือคำบอกเล่าซึ่งต้องนำมาวิเคราะห์เนื้อหา
เครื่องมือสำหรับตัวแปรจัดกระทำ
ในงานวิจัยเชิงทดลองหรือการวิจัยและพัฒนา มักมีเครื่องมือที่เป็น “สิ่งทดลอง” เช่น โปรแกรม ชุดฝึกอบรม แบบฝึกทักษะ หรือรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ซึ่งเป็นตัวแปรจัดกระทำที่ผู้วิจัยนำไปใช้กับกลุ่มทดลองเพื่อศึกษาผลที่เกิดขึ้น
ตารางที่ 2 เปรียบเทียบเครื่องมือวิจัยเชิงปริมาณกับเชิงคุณภาพ
| ประเด็น | เครื่องมือเชิงปริมาณ | เครื่องมือเชิงคุณภาพ |
| ลักษณะข้อมูล | ตัวเลข วิเคราะห์ทางสถิติ | ข้อความ/พฤติกรรม วิเคราะห์เนื้อหา |
| กลุ่มตัวอย่าง | ขนาดใหญ่ | ขนาดเล็ก เลือกแบบเจาะจง |
| จุดเด่น | สรุปผลกว้าง อ้างอิงประชากรได้ | เข้าใจปรากฏการณ์เชิงลึก |
| ข้อจำกัด | ได้ข้อมูลผิวเผินกว่า | สรุปอ้างอิงทั่วไปได้จำกัด |
ตารางที่ 2 ชี้ให้เห็นว่าเครื่องมือทั้งสองกลุ่มมีจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกัน ผู้วิจัยจึงควรเลือกใช้ให้สอดคล้องกับคำถามวิจัย หรือใช้ร่วมกันในงานวิจัยแบบผสมเพื่อชดเชยข้อจำกัดของกันและกัน
หลักการเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับงานวิจัย
การตัดสินใจว่าจะใช้เครื่องมือชนิดใดต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยประกอบกัน ปัจจัยแรกคือ วัตถุประสงค์และตัวแปรที่ต้องการวัด หากต้องการวัดความรู้ควรใช้แบบทดสอบ หากต้องการวัดทัศนคติควรใช้แบบสอบถามหรือมาตรวัด แต่หากต้องการเข้าใจปรากฏการณ์เชิงลึกควรใช้การสัมภาษณ์หรือการสังเกต ปัจจัยที่สองคือ ระเบียบวิธีวิจัยที่เลือกใช้ ว่าเป็นเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ หรือแบบผสม ปัจจัยที่สามคือ ลักษณะของกลุ่มตัวอย่างและบริบทการเก็บข้อมูล เช่น จำนวนมากหรือน้อย เข้าถึงได้ยากหรือง่าย ทั้งนี้ ในงานวิจัยเรื่องหนึ่งอาจใช้เครื่องมือหลายชนิดร่วมกันเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและตอบวัตถุประสงค์ได้ดีที่สุด
แนวโน้มใหม่: แบบสอบถามออนไลน์
หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ผู้คนคุ้นเคยกับการใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น นักวิจัยทางสังคมศาสตร์จึงนิยมใช้แบบสอบถามออนไลน์ เช่น Google Forms เป็นเครื่องมือเก็บข้อมูลมากขึ้น เพราะช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย เข้าถึงกลุ่มตัวอย่างที่อยู่ห่างไกลได้ และบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม ผู้วิจัยต้องคำนึงถึงปัจจัยเงื่อนไขในการใช้ แนวทางการพัฒนาแบบสอบถามออนไลน์ให้มีคุณภาพ และจริยธรรมในการเก็บข้อมูล เช่น การขอความยินยอมและการรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ตอบ (บุญรัตน์ แผลงศร, 2565)
ภาพรวมขั้นตอนการสร้างเครื่องมือวิจัย
เมื่อเลือกประเภทเครื่องมือได้แล้ว ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือโดยสังเขปประกอบด้วย การศึกษาแนวคิดทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการของตัวแปร การออกแบบโครงสร้างและร่างข้อคำถาม การตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ การนำไปทดลองใช้ และการปรับปรุงให้สมบูรณ์ก่อนนำไปเก็บข้อมูลจริง รายละเอียดของการร่างข้อคำถามและการออกแบบมาตรวัดสำหรับแบบสอบถามจะกล่าวถึงในบทความเรื่องวิธีสร้างแบบสอบถามวิจัยที่มีคุณภาพต่อไป
การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือก่อนนำไปใช้
ไม่ว่าจะเลือกใช้เครื่องมือชนิดใด เครื่องมือที่ดีต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพอย่างน้อยสองด้าน ได้แก่ ความตรง (Validity) คือความสามารถในการวัดได้ตรงตามวัตถุประสงค์ ซึ่งนิยมตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาด้วยค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) โดยผู้เชี่ยวชาญ และความเชื่อมั่น (Reliability) คือความคงที่สม่ำเสมอของผล ซึ่งนิยมหาด้วยค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (มณีรัศมิ์ พัฒนสมบัติสุข, 2564; วีระยุทธ พรพจน์ธนมาศ, 2565) ที่ผ่านมายังพบว่างานวิจัยจำนวนไม่น้อยรายงานคุณภาพเครื่องมือไม่ครบถ้วนตามหลักการวัด ผู้วิจัยจึงควรให้ความสำคัญกับขั้นตอนนี้และรายงานผลอย่างถูกต้องครบถ้วน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องมือวิจัย
งานวิจัยหนึ่งเรื่องใช้เครื่องมือได้กี่ชนิด
ใช้ได้มากกว่าหนึ่งชนิด ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของงาน โดยเฉพาะงานวิจัยแบบผสมที่มักใช้ทั้งแบบสอบถามและการสัมภาษณ์ร่วมกันเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนทั้งเชิงกว้างและเชิงลึก
ต้องสร้างเครื่องมือเองหรือใช้ของผู้อื่นได้
สามารถนำเครื่องมือมาตรฐานที่ผู้อื่นพัฒนาไว้แล้วมาใช้ได้ แต่ต้องอ้างอิงแหล่งที่มาให้ถูกต้องและตรวจสอบความเหมาะสมกับบริบทของงานตน หากปรับปรุงหรือแปลควรตรวจสอบคุณภาพซ้ำก่อนนำไปใช้
สรุป
เครื่องมือวิจัยเป็นหัวใจของการเก็บรวบรวมข้อมูลที่กำหนดคุณภาพของงานวิจัยทั้งเล่ม โดยจำแนกหลัก ๆ เป็นเครื่องมือเชิงปริมาณ เช่น แบบทดสอบ แบบสอบถาม และมาตรวัด เครื่องมือเชิงคุณภาพ เช่น การสัมภาษณ์ การสังเกต และการสนทนากลุ่ม รวมถึงเครื่องมือสำหรับตัวแปรจัดกระทำในงานทดลอง การเลือกเครื่องมือต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ตัวแปร และระเบียบวิธีวิจัย และต้องผ่านการตรวจสอบความตรงและความเชื่อมั่นก่อนนำไปใช้จริง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ