เรียนรู้การทำวิทยานิพนธ์

เรียนรู้การทำวิทยานิพนธ์: เคล็ดลับและแนวทางสำหรับการสร้างงานวิจัยที่ประสบความสำเร็จ

เริ่มทำสมมติฐาน (Hypotheses)

สมมติฐาน (hypotheses) คือสะพานที่เชื่อมคำถามวิจัยเข้ากับการเก็บข้อมูลและการวิเคราะห์ผล ผู้เริ่มทำวิจัยจำนวนไม่น้อยตั้งสมมติฐานไปตามความเคยชิน ทั้งที่จริงแล้วการตั้งสมมติฐานที่รัดกุมคือจุดที่ชี้ขาดว่างานจะมีทิศทางชัดหรือไม่ บทความนี้ไล่เรียงตั้งแต่ความหมาย ประเภท ขั้นตอนการตั้ง ไปจนถึงลักษณะของสมมติฐานที่ดี เพื่อให้นำไปปรับใช้กับงานของตนเองได้ทันที สมมติฐานการวิจัยคืออะไร? สมมติฐานการวิจัย คือ ข้อความที่คาดการณ์ล่วงหน้าถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรตั้งแต่สองตัวขึ้นไป ซึ่งผู้วิจัยตั้งขึ้นก่อนลงมือเก็บข้อมูล แล้วรอการพิสูจน์ด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าจะได้รับการสนับสนุนหรือถูกปฏิเสธ พูดให้สั้นที่สุด มันคือคำตอบชั่วคราวของคำถามวิจัยที่ยังรอการทดสอบ ลักษณะสำคัญอยู่ตรงคำว่า คาดการณ์ล่วงหน้า สมมติฐานจึงไม่ใช่ข้อสรุป แต่เป็นข้อเสนอที่ผู้วิจัยยอมให้ข้อมูลเป็นฝ่ายตัดสิน หากข้อมูลไม่สนับสนุน การปฏิเสธสมมติฐานก็เป็นผลการวิจัยที่มีคุณค่าไม่น้อยไปกว่าการยืนยัน ทำไมงานวิจัยจึงต้องมีสมมติฐาน? เหตุผลหลักคือสมมติฐานทำให้งานวิจัยมีจุดโฟกัส มันกำหนดว่าต้องเก็บตัวแปรใด ใช้สถิติแบบไหน และจะตีความผลอย่างไร งานที่ไม่มีสมมติฐานชัดมักเก็บข้อมูลเกินจำเป็นแล้วมาติดตันตอนวิเคราะห์ ผู้วิจัยเห็นว่าการเสียเวลาขัดเกลาสมมติฐานตั้งแต่ต้น คุ้มกว่าการย้อนกลับมาแก้โครงสร้างงานภายหลังมาก แต่ไม่ใช่ว่างานทุกชิ้นจะต้องมีสมมติฐานเสมอไป งานวิจัยเชิงสำรวจหรือเชิงคุณภาพที่มุ่งทำความเข้าใจปรากฏการณ์ใหม่ อาจใช้คำถามวิจัยแทนได้ ประเด็นจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าต้องมีหรือไม่ แต่อยู่ที่ธรรมชาติของคำถามเรียกร้องสิ่งใด สมมติฐานมีกี่ประเภท? โดยทั่วไปจำแนกสมมติฐานได้สามแกนหลัก ได้แก่ จำแนกตามรูปแบบการเขียน (การวิจัยกับทางสถิติ) จำแนกตามการระบุทิศทาง (มีทิศทางกับไม่มีทิศทาง) และจำแนกตามลักษณะความสัมพันธ์ (เชิงสัมพันธ์กับเชิงสาเหตุ) ตารางด้านล่างสรุปความต่างและตัวอย่างของแต่ละประเภทไว้ให้เทียบกัน เกณฑ์การจำแนก ประเภท ลักษณะเด่น ตัวอย่าง ตามรูปแบบการเขียน สมมติฐานการวิจัย (research hypothesis) […]

เริ่มทำสมมติฐาน (Hypotheses) Read More »

การทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง (related literature)

การทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องคืออะไร? การทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง (related literature review) คือการรวบรวม วิเคราะห์ และสังเคราะห์งานวิจัย ทฤษฎี และเอกสารที่สัมพันธ์โดยตรงกับหัวข้อที่ศึกษา เพื่อสร้างกรอบแนวคิด ชี้ช่องว่างของความรู้ และวางรากฐานให้แก่งานวิจัย โดยมักปรากฏอยู่ในบทที่ 2 ของงานวิจัย 5 บท การทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง (related literature review) เป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการวิจัยหรือการเขียนวิทยานิพนธ์ที่มุ่งเน้นไปที่การรวบรวม วิเคราะห์ และสรุปผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องหรือปัญหาที่ผู้เขียนต้องการศึกษาหรือแก้ไข ด้วยเชื่อถือและความเป็นมาตรฐานสูง รายงานวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องนี้จะเน้นการสำรวจทางวิชาการและวิวัฒนาการของงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องหรือปัญหานั้นๆ โดยการเรียงลำดับการวิจัยตามความสัมพันธ์ หรือความเกี่ยวข้องกับประเด็นที่เราต้องการศึกษา รวมถึงการนำเสนอแนวคิดหรือแนวทางที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาหรือเรื่องราวที่มีความสำคัญ การทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องมีองค์ประกอบและขั้นตอนอะไรบ้าง? บทความเกี่ยวกับการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องอาจจะรวมถึงข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องหรือปัญหานั้นๆ เช่น งานวิจัยที่เกี่ยวข้องที่มีการเผยแพร่ในวารสารวิชาการ การประชุมวิชาการ หรือรายงานการวิจัยที่สำคัญ การทบทวนวรรณกรรมยังอาจจะรวมถึงบทความที่เป็นเอกสารที่สำคัญเกี่ยวกับกระบวนการวิจัยที่เกี่ยวข้อง วิธีการที่ใช้ในการเก็บข้อมูล หรือวิธีการทางสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล และความสัมพันธ์ระหว่างงานวิจัยที่ต่างกันที่อาจมีผลต่องานวิจัยของเรา การทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องยังเป็นโอกาสที่ดีที่จะแสดงให้เห็นว่าเรามีความรู้และความเข้าใจที่ดีเกี่ยวกับเรื่องหรือปัญหาที่เรากำลังศึกษา และสามารถตัดสินใจเลือกใช้เครื่องมือหรือวิธีการที่เหมาะสมในการดำเนินงานวิจัยของเราได้อย่างมั่นใจ เมื่อพิจารณาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง (related literature review) สำหรับการเขียนบทความทางวิชาการเกี่ยวกับงานวิจัย นอกจากการนำเสนอผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและการสรุปข้อมูลที่เราได้รวบรวมมาแล้ว เรายังสามารถเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับการตีความผลงานวิจัยที่เราได้รวบรวมมาอย่างมีความรู้เหมือนจริง เช่น: จะนำเสนอผลการทบทวนวรรณกรรมให้น่าเชื่อถืออย่างไร? ื่นๆ หรือเสนอแนวทางการวิจัยที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาหรือเสริมสร้างความรู้ใหม่ๆ ได้

การทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง (related literature) Read More »

วิทยานิพนธ์และสารนิพนธ์: มุมมองและวัตถุประสงค์ต่างกัน

โดยทั่วไปแล้ว วิทยานิพนธ์และสารนิพนธ์มักมีการนิยามและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ข้อแตกต่างสำคัญสามารถสรุปได้ดังนี้: วิทยานิพนธ์กับสารนิพนธ์ต่างกันอย่างไร? 2. วัตถุประสงค์: 3. ขนาดและรูปแบบ: 4. การใช้งาน: ผลการทำวิทยานิพนธ์และสารนิพนธ์มักมีผลกระทบต่อการพัฒนาความรู้และการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและสังคม ทั้งในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกของการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ตารางสรุปความแตกต่าง: วิทยานิพนธ์ กับ สารนิพนธ์ ประเด็นเปรียบเทียบ วิทยานิพนธ์ (Thesis) สารนิพนธ์ / การค้นคว้าอิสระ (IS) ระดับการศึกษา ปริญญาโท แผน ก และปริญญาเอก ปริญญาโท แผน ข จุดมุ่งหมายหลัก สร้างองค์ความรู้ใหม่ในสาขาเฉพาะ ประยุกต์กระบวนการวิจัยกับประเด็นเฉพาะ ขนาดและความลึก ขนาดใหญ่ วิเคราะห์เชิงลึก กระชับกว่า ขอบเขตแคบกว่า รูปแบบผลงาน เล่มวิทยานิพนธ์ มักต้องตีพิมพ์หรือนำเสนอ รายงานการค้นคว้าอิสระ สอบปากเปล่า การต่อยอด เหมาะกับการศึกษาต่อปริญญาเอกและงานวิจัย เหมาะกับการนำไปใช้ในการปฏิบัติงานจริง ตารางที่ 1 เปรียบเทียบวิทยานิพนธ์กับสารนิพนธ์ (การค้นคว้าอิสระ) คำถามที่พบบ่อย (FAQ) สารนิพนธ์คือระดับปริญญาตรีหรือปริญญาโท? สารนิพนธ์เป็นงานระดับบัณฑิตศึกษา

วิทยานิพนธ์และสารนิพนธ์: มุมมองและวัตถุประสงค์ต่างกัน Read More »

เรียนรู้วิธีการสร้างงานวิจัยที่ประสบความสำเร็จในวิทยานิพนธ์

“เรียนรู้การทำวิทยานิพนธ์: เคล็ดลับและแนวทางสำหรับการสร้างงานวิจัยที่ประสบความสำเร็จ” เรียนรู้วิธีการสร้างงานวิจัยที่ประสบความสำเร็จในวิทยานิพนธ์ Title: เคล็ดลับและแนวทางสำหรับการสร้างงานวิจัยที่ประสบความสำเร็จ Introduction: การสร้างงานวิจัยที่ประสบความสำเร็จเป็นภารกิจที่ต้องใช้ความพยายามและความรอบคอบ สิ่งหนึ่งที่นักวิจัยควรมีคือเคล็ดลับและแนวทางที่ช่วยให้งานวิจัยของพวกเขาสามารถทำให้ได้ผลสำเร็จและได้รับความยอมรับในวงกว้าง ในบทความนี้เราจะสำรวจเคล็ดลับและแนวทางที่จะช่วยให้คุณสร้างงานวิจัยที่ประสบความสำเร็จอย่างมืออาชีพ พร้อมกันนี้เราจะพาคุณผ่านขั้นตอนที่สำคัญในกระบวนการสร้างงานวิจัยที่มีคุณภาพ อ่านต่อเพื่อค้นพบเคล็ดลับที่จะนำคุณสู่ความสำเร็จในวิชาการของคุณ! การวางแผนและเลือกหัวข้อวิจัยที่เหมาะสม: ก่อนที่จะเริ่มต้นสร้างงานวิจัยที่ประสบความสำเร็จ คุณควรทำการวางแผนอย่างรอบคอบและเลือกหัวข้อวิจัยที่เหมาะสมกับความสนใจและความเชี่ยวชาญของคุณ การตัดสินใจเลือกหัวข้อที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณมีความเข้าใจลึกซึ้งและแรงบันดาลใจในงานวิจัยของคุณเอง การสืบค้นวรรณกรรมและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง: การสืบค้นวรรณกรรมและข้อมูลที่เกี่ยวข้องเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างงานวิจัยที่มีคุณภาพ คุณควรทำการค้นคว้าและศึกษาวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อวิจัยของคุณ เพื่อเข้าใจแนวคิดและการวิจัยที่มีอยู่แล้ว นอกจากนี้คุณยังควรเลือกใช้แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือและมีคุณภาพสูงเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในงานวิจัยของคุณ การกำหนดเป้าหมายและการวางแผนการดำเนินงาน: ก่อนที่จะเขียนแผนการดำเนินงานในงานวิจัย คุณควรกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและสอดคล้องกับหัวข้อวิจัยของคุณ การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณมีแนวทางและการวางแผนที่ตรงไปตรงมาในกระบวนการสร้างงานวิจัย การเขียนและการแก้ไขงานวิจัย: การเขียนและการแก้ไขงานวิจัยเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการสร้างงานวิจัยที่ประสบความสำเร็จ คุณควรใช้ภาษาที่ชัดเจนและเข้าใจง่ายในการเสนอผลงานวิจัยของคุณ นอกจากนี้คุณควรทำการแก้ไขและปรับปรุงงานวิจัยของคุณเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น การตรวจสอบและการประเมินผลงานวิจัย: หลังจากที่คุณเสร็จสิ้นการเขียนงานวิจัย คุณควรทำการตรวจสอบและประเมินผลงานวิจัยของคุณเพื่อให้แน่ใจว่ามีคุณภาพและเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ การตรวจสอบและประเมินผลช่วยให้คุณสามารถปรับปรุงงานวิจัยของคุณให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต สรุป: การสร้างงานวิจัยที่ประสบความสำเร็จต้องใช้เคล็ดลับและแนวทางที่ถูกต้อง และคุณต้องมีความพร้อมที่จะทำงานอย่างรอบคอบและตั้งใจในกระบวนการสร้างงานวิจัยของคุณ โดยการวางแผนอย่างรอบคอบ เลือกหัวข้อที่เหมาะสม สืบค้นวรรณกรรมและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง กำหนดเป้าหมายและวางแผนการดำเนินงาน และการเขียนและแก้ไขงานวิจัย คุณสามารถสร้างงานวิจัยที่มีคุณภาพและประสบความสำเร็จในวิชาการได้อย่างมืออาชีพ #รับปรึกษาวิทยานิพนธ์ #งานวิจัย #รับปรึกษา #สอนบทความวิจัย #บทความวิชาการ #การสร้างเครื่องมืองานวิจัย #แบบสอบถาม #เขียนวิทยานิพนธ์ #คอร์ทออนไลน์ ▶️ YouTube : bit.ly/iamthesisTH ✨

เรียนรู้วิธีการสร้างงานวิจัยที่ประสบความสำเร็จในวิทยานิพนธ์ Read More »

ตรวจภาษาอังกฤษ ให้ตรงตามหลัก Grammar ด้วยเว็บไซต์

https://www.grammarly.com/      เว็บไซต์ Grammarly เป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการเครื่องมือช่วยในการเขียนภาษาอังกฤษ โดยใช้ AI ในการตรวจสอบและแก้ไขไวยากรณ์ การสะกดคำ สไตล์การเขียน และการวิเคราะห์โทนของข้อความ นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบการลอกเลียนเนื้อหา (plagiarism) เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจว่าข้อความของตนมีความถูกต้องและเหมาะสมในการสื่อสาร ใช้งานได้บนหลากหลายแพลตฟอร์ม เช่น บราวเซอร์ แอปพลิเคชัน และโปรแกรมต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้การเขียนมีประสิทธิภาพและชัดเจนยิ่งขึ้น     Grammarly มีประโยชน์ในหลายด้าน เช่น: การตรวจสอบไวยากรณ์และการสะกดคำ: ช่วยแก้ไขข้อผิดพลาดทางภาษา ทำให้ข้อความชัดเจนและเป็นมืออาชีพมากขึ้น การปรับปรุงสไตล์การเขียน: แนะนำการปรับปรุงโครงสร้างประโยคและคำศัพท์เพื่อให้ข้อความมีคุณภาพดีขึ้น การวิเคราะห์โทน: ตรวจสอบและแนะนำการปรับโทนการเขียนให้สอดคล้องกับเป้าหมายของการสื่อสาร การตรวจสอบการลอกเลียนเนื้อหา: ป้องกันการใช้เนื้อหาที่ซ้ำซ้อนหรือคล้ายคลึงกับผู้อื่น      Grammarly ช่วยให้ผู้ใช้สามารถพัฒนาทักษะการเขียนและทำให้ข้อความสื่อสารได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น. Email: thesisonline99@gmail.com ยินดีให้คำปรึกษาทุกท่านค่ะ คลิก : https://m.me/iamthesis/ Facebook : https://www.facebook.com/iamthesis Website: http://www.iamthesis.com/ ช่องทางในการติดตามความรู้จากเรา#บทความ #แปล #ปรึกษาวิทยานิพน์#เครื่องมือวิจัย #เทคนิคสำหรับวิจัย #งานวิจัย#การวิจัย

ตรวจภาษาอังกฤษ ให้ตรงตามหลัก Grammar ด้วยเว็บไซต์ Read More »

Validity (ความถูกต้อง)ในงานวิจัย

ความถูกต้อง Validity ในงานวิจัย Validity ประเภทของความถูกต้อง             หรือ การวัดต้องมีความถูกต้องเป็นคุณสมบัติที่สำคัญประการหนึ่งของ เครื่องมือวิจัยกล่าวคือ เป็นเครื่องมือที่สามารถวัดได้ตรงกับที่ต้องการจะวัด การตรวจสอบความตรงทำได้หลายวิธี ดังนี้ 1. ความถูกต้องเกี่ยวกับมาตรฐาน (Criterion–related validity) เป็นความถูกต้องที่สอดคล้องกับความคิด/มาตรฐาน ที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน เป็นการประเมินความตรงตามเกณฑ์ที่ได้มาตรฐานการตรวจสอบที่มุ่งหาความสัมพันธ์ระหว่างค่าที่วัดได้จากเครื่องมือที่สร้าง กับค่าที่วัดได้จากเกณฑ์ ความสำคัญอยู่ที่เกณฑ์ที่ผู้วิจัยเลือกว่าถูกต้องตามหลักทฤษฎี ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปหรือไม่ เกณฑ์ที่เลือกใช้มี 2 ลักษณะ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ต้องการให้เครื่องมือนั้นวัดได้ตรงตามเกณฑ์ กล่าวคือ 1.2.1) ตรงตามสภาพ (Concurrent Validity) หมายถึง ลักษณะที่เครื่องมือวัดได้มีความตรงตามสภาพความเป็นจริงโดยทั่ว ๆ ไปในเวลานั้น 1.2.2) ความตรงตามทำนาย (Predictive Validity) หมายถึง ลักษณะที่เครื่องมือวัดได้มีความตรงตามความจริงที่จะเกิดขึ้นตามมาภายหลัง หรือในอนาคต ซึ่งสามารถทำนายได้ 2. ความถูกต้องในเนื้อหา (Content validity) ความครอบคลุมของมาตรวัด/เครื่องมือในเรื่องที่เป็นเนื้อหาของสิ่งที่ต้องการวัด ความสามารถในการวัดกลุ่มเนื้อหาที่ต้องการจะวัดได้ครอบคลุมและเป็นตัวแทนของสิ่งที่ต้องการวัด เช่น วัดความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ หรือการวัดทักษะด้านต่าง ๆ เป็นการมองโดยส่วนรวมว่าเครื่องมือหรือชุดของคำถามหรือแบบวัดนั้น  ครอบคลุมเนื้อหาที่จะวัดได้ถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ 

Validity (ความถูกต้อง)ในงานวิจัย Read More »

การออกแบบวิจัย (Research Design)

การออกแบบวิจัย (Research Design) หมายถึงอะไร แบบวิจัย หมายถึง ขอบข่ายของโปรแกรมการวิจัยที่แสดงถึงแบบจำลองของการจัดกระทำตัวแปรในการวิจัย โดยเฉพาะการจัดเก็บข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้ได้คำตอบบรรลุจุดมุ่งหมายของการวิจัยอย่างถูกต้องสมบูรณ์ การกำหนดแบบวิจัยหรือแบบจำลองการจัดกระทำตัวแปรในการวิจัยให้เหมาะสมกับปัญหาที่มุ่งวิจัย/มากกว่าการวางแผนการวิจัยที่เขียนออกมาในรูปโครงการวิจัย จุดมุ่งหมายของการออกแบบวิจัย 1. เพื่อให้ได้คำตอบในปัญหาที่ทำการวิจัยอย่างถูกต้อง แม่นตรง และประหยัด 2. ควบคุมความแปรปรวนของตัวแปรในการวิจัย Email: thesisonline99@gmail.comยินดีให้คำปรึกษาทุกท่านค่ะ คลิก : https://bit.ly/2WO7oAvFacebook : https://www.facebook.com/iamthesisWebsite: http://www.iamthesis.com/ช่องทางในการติดตามความรู้จากเรา#บทความ #แปล #ปรึกษาวิทยานิพนธ์#เครื่องมือวิจัย #เทคนิคสำหรับวิจัย #งานวิจัย#การวิจัย #วิจัย

การออกแบบวิจัย (Research Design) Read More »

เกณฑ์ใน การพิจารณาประสิทธิภาพแบบวิจัย

เกณฑ์ในการพิจารณาประสิทธิภาพแบบวิจัย มุ่งสู่คำตอบในปัญหาวิจัย ควบคุมความแปรปรวนได้ (MAX , MIN , CON)              มีความตรงภายใน (Internal validity)            มีความตรงภายนอก (External validity) ความตรงภายใน (Internal validity) ผลการวิจัย เป็นผลอันเนื่องจากตัวแปรอิสระ/ตัวแปรทดลอง หรือตัวแปรหลัก มากกว่าตัวแปรอื่นที่ไม่ได้ศึกษา ตามเกณฑ์ใน การพิจารณาประสิทธิภาพแบบวิจัย ตัวแปรเกินที่อาจมีผลกระทบต่อความตรงภายใน History : เหตุการณ์ที่เกิดระหว่างการทดลองมีผลต่อการทดลอง Maturation : กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในของผู้รับการทดลอง   Testing : ปฏิกิริยาที่เกิดจากการวัดครั้งแรก Instrumentation : การเปลี่ยนแปลงของเครื่องมือวัด/ผู้ทดลอง statistical regression : การถดถอยทางสถิติของคนที่ได้คะแนนสูงสุด/ต่ำสุดในครั้งต่อไป Selection : ความลำเอียงจากการเลือกกลุ่มตัวอย่าง   Experimental Mortality : การสูญเสียตัวอย่างระหว่างทดลอง Selection-maturation interaction :

เกณฑ์ใน การพิจารณาประสิทธิภาพแบบวิจัย Read More »

หลักในการออกแบบวิจัย

หลักในการออกแบบวิจัย ประกอบไปด้วย หลักการควบคุมความแปรปรวนของตัวแปร (The “maxmincon” principle) Max : ทำให้ความแปรปรวนของ Dependent variable อันเนื่องจากตัวแปรทดลองหรือตัวแปรหลักมีค่าสูงสุด (Independent variable) Min : ทำให้ความแปรปรวนอันเนื่องจากความคลาดเคลื่อนมีค่าต่ำสุด Con : ควบคุมอิทธิพลของตัวแปรเกิน Maximization of experimental variance (MAX) เป็นความแปรปรวน/หรือความแตกต่างของค่าหรือคะแนนของตัวแปรตาม : อันเป็นผลมาจากความแตกต่างของตัวแปรอิสระ/ตัวแปรทดลอง/ตัวแปรหลัก ⇒ ผู้วิจัยต้องพยายามจัดให้ตัวแปรอิสระมีความแตกต่างกันมากที่สุดเพื่อจะได้ส่งผลไปสู่ตัวแปรตามซึ่งเป็นไปตามหลักในการออกแบบวิจัย Minimization of error variance (MIN) ขจัดความแปรปรวนที่เกิดจากการวัดและกลุ่มตัวอย่างที่แตกต่างกัน ⇒ ต้องสร้างเครื่องมือวัดให้มีความตรงและมีความเชื่อถือได้ (reliability) ⇒ ควบคุมสถานการณ์ทดลองให้เป็นระบบ ⇒ พิจารณาสถิติในการวิเคราะห์ให้เหมาะสมกับระดับการวัด Control of extraneous variable (CON) ควบคุมอิทธิพลของตัวแปรที่ไม้ได้ศึกษา ⇒ การสุ่ม/ป้องกันความแตกต่างอันเนื่องจากการเลือกตัวอย่าง (ตัวอย่างที่มาจากประชากรเดียวกัน จะมีคุณสมบัติเหมือนกัน) ⇒ นำมาเป็นตัวแปรอิสระด้วย

หลักในการออกแบบวิจัย Read More »

วิธีการตรวจสอบสามเส้า (triangulation)

วิธีการตรวจสอบสามเส้า คืออะไร             จากผู้วิจัยหรืออาจารย์สอนในระดับ ป.โท ป.เอก มักอ้าง วิธีการตรวจสอบสามเส้า (triangulation) คำว่า “การตรวจสอบสามเส้า” ตลอดเวลา หลัก 3 ประการของการตรวจสอบคุณภาพงานวิจัย และใช้เฉพาะการวิจัยเชิงคุณภาพ (qualitative research) ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี้             Triangulation หมายถึง การเปรียบเทียบข้อค้นพบ (Finding) ของปรากฏการณ์ที่ทำการศึกษา (Phenomenon) จากแหล่งและมุมมองที่แตกต่างกัน นักวิจัยจำนวนมากคาดหมายว่า Triangulation เป็นแนวทางการยืนยันความน่าเชื่อถือ (Credibility, validity) ของข้อมูลหรือสิ่งที่ค้นพบ             ข้อเท็จจริง คือ การตรวจสอบสามเส้า (triangulation) เป็นการใช้ระเบียบวิธีการวิจัยหลายอย่างในการศึกษาปรากฏการณ์เดียวกัน ไม่จำเป็นต้องมีสามข้อ มีมากกว่านี้ก็ได้ เช่น ระเบียบวิธีวิจัย (research method triangulation), ทฤษฎี (theoretical triangulation), ผู้วิจัย (researcher triangulation), ข้อมูล (data triangulation)

วิธีการตรวจสอบสามเส้า (triangulation) Read More »

Get 30% off your first purchase

Close Welcome Bar